เลือกตั้งอย่างโปร่งใสได้ด้วย Blockchain

เราต่างได้ยินกันมานานว่า Blockchain คือ เทคโนโลยีที่จะมา “Disrupt” หลายๆวงการ
โดยเฉพาะธุรกรรมทางการเงิน  แต่เมื่อ Blockchain คือ “การสร้างระบบที่ยากต่อการแฮ็ก” ประโยชน์ที่แท้จริงของมันจึงไม่ใช่แค่ด้านการเงินเท่านั้นนะคะ แต่ยังมีแง่ดีอีกหลายมุมลองมาดูตัวอย่างการนำ Blockchain มาใช้ในเรื่องใกล้ตัวอย่างการเลือกตั้งกันค่ะ

การเลือกตั้งที่ผ่านมามีใครพบเรื่องน่าหงุดหงิดใจตรงไหนกันบ้างไหมคะ ?
ต้องออกจากบ้าน ฝ่ารถติดและแดดร้อนๆไปคูหาเลือกตั้ง…
เข้าคิวรอเลือกตั้งเป็นเวลานาน…
สงสัยว่าเสียงที่โหวตไปนับคะแนนถูกหรือไม่…
ไม่แน่ใจว่าแหล่งข่าวใดน่าเชื่อถือบ้างเรื่องการนับคะแนน…

พระเอกที่เข้ามาช่วยแก้ปัญหาเรื่องนี้ได้ คือ Blockchain นั่นเองค่ะ  เทคโนโลยีที่เข้ามาช่วยจัดเก็บร้อยเรียงข้อมูลให้เป็นระบบ ต่อกันเป็นบล็อค
ทำให้ยากต่อการแฮ็ค หากต้องการเปลี่ยนแปลงข้อมูลจะต้องได้รับการยินยอม
เป็นฉันทามติโดยคนส่วนใหญ่ (Consensus) ระบบนี้จึงทำให้ข้อมูลมี ความเป็นส่วนตัวแต่ก็สามารถเข้าถึงเพื่อตรวจเช็คได้ (Open Data) ในขณะเดียวกัน
มาดูกันดีกว่าค่ะว่า ประเทศอื่นๆประยุกต์ใช้ Blockchain ในการเลือกตั้งอย่างไรกันบ้าง…

มีประเทศไหนใช้ Blockchain เลือกตั้งแล้วบ้าง
ตัวอย่างการเลือกตั้งโดย Blockchain ที่มีการใช้จริงแล้ว คือ i-Voting ที่ประเทศเอสโตเนีย การเลือกตั้งแบบนี้อำนวยความสะดวกให้เลือกออนไลน์ได้ โดยเปลี่ยนจากการ ยืนยันตัวตนด้วยบัตรประชาชนธรรมดาสู่การใช้บัตรประชาชนดิจิทัล (Digital ID Card) ซึ่งมีข้อมูลสำหรับทำธุรกรรมออนไลน์เข้ารหัสอยู่ เมื่อโหวตเสร็จ Blockchain จะช่วยจัดเก็บข้อมูลที่โหวตจากบัตรลงคะแนน มีการประทับเวลา และยืนยันหลักฐานการโหวต เมื่อบันทึกข้อมูลแล้ว ผลโหวตจะกระจายออกไปตาม Node ทันที ทำให้การเปลี่ยนแปลงข้อมูลทำได้ยาก ทีนี้ก็มั่นใจได้ว่าผลโหวตที่เลือกแล้ว ไม่มีการแอบเปลี่ยนคะแนนได้แน่นอน ไม่เหมือนการเลือกตั้งแบบหย่อนลงหีบค่ะ


ภาพเว็บไซต์ e-estonia ที่มี i-voting ระบบเลือกตั้งออนไลน์ของ Estonia

การเลือกตั้งโดยใช้เทคโนโลยีแบบใหม่นี้จึงเป็นระบบที่ไม่รวมข้อมูลการนับคะแนนไว้ที่ “ศูนย์กลาง” (centralized) หรือองค์กรเดียวอีกต่อไป แต่เปลี่ยนมาเป็นการกระจายข้อมูล (decentralized) ตาม Node ของ Blockchain เพื่อเพิ่มความโปร่งใสและลดโอกาสการเกิด Human Error ความผิดพลาดจากการนับคะแนนโดยเจ้าหน้าที่ให้ได้มากที่สุด หลายๆประเทศกำลังเริ่มมุ่งหน้าสู่การเลือกตั้งยุคใหม่เช่นกันค่ะ เราเริ่มเห็นเว็บ Online Voting มากขึ้นไม่ว่าจะเป็น e-Vox (Ethetrum Blockchain-Based Election Platform) ระบบเลือกตั้งของยูเครน หรือ Agora (Blockchain-Based Voting Ecosystem) ที่มีการทดลองใช้แล้ว ที่เซียร์ราลีโอน แอฟริกา แต่ละแพลตฟอร์มมีฟีเจอร์ที่แตกต่างกันเล็กน้อย แต่ล้วนใช้ Blockchain โดยมุ่งหวังให้การเลือกตั้งมีความโปร่งใสมากขึ้น


ภาพเว็บไซต์ e-vox ระบบเลือกตั้งออนไลน์ของยูเครน

Follow My Vote เป็น Online Voting ด้วย Blockchain อีกระบบ ที่ให้ผู้โหวตสามารถ log in เข้าเว็บไซต์จากบ้านได้ หลังจากโหวตแล้ว ยังสามารถเข้าไปเช็คความถูกต้อง ติดตามผลคะแนนแบบ real time และเปลี่ยนแปลงคะแนนโหวต ของตัวเองภายในเวลาก่อนเดดไลน์ที่กำหนดได้ด้วย ช่วยลดปัญหาความสงสัยเรื่องผลคะแนนโหวตไปได้ ว่าคะแนนที่เราโหวตแล้วไปไหนต่อ ในหลายๆกรณี Blockchain ช่วยให้การเลือกตั้งไปไกลมากกว่าเพิ่มความโปร่งใส ด้วยการการปกป้องสิทธิและเสียงในการเลือกตั้งของประชาชนอีกด้วยค่ะ องค์กร Democracy Earth Foundation มีการทดลองใช้ระบบเลือกตั้งออนไลน์โดยให้ Expat หรือชาวต่างชาติที่ไม่ได้อาศัยอยู่ในประเทศ ผู้ซึ่งไม่มีสิทธิออกเสียงในระบบเลือกตั้งแบบปกติ ได้มีส่วนร่วมในการออกเสียง ประชามติผ่านเว็บ ว่าเห็นด้วยกับสนธิสัญญาสันติภาพหรือไม่ การเลือกตั้งครั้งนี้จุดให้เกิดกระแส การสนับสนุนให้คนทุกกลุ่ม (Inclusive) เข้าถึงการเลือกตั้งได้ต่อเนื่องเรื่อยมาเลยค่ะ

เมื่อการโหวตสามารถทำได้ผ่านออนไลน์ มีระบบรองรับอย่างปลอดภัยและสะดวกขึ้นทำให้นำไปสู่ “Borderless Community” สังคมที่ไม่มีการแบ่งพรรคแบ่งพวก  คนทุกกลุ่มสามารถใช้สิทธิแสดงความเห็นโดยเท่าเทียม และเสียงทุกคนดังเท่ากันอย่างยุติธรรมโดยไม่มีคนกลางมาแทรกแซงในอนาคตแนวโน้มของ Online Voting จะไม่ใช่แค่การโหวตเลือกตั้งผู้นำทางการเมืองเท่านั้นนะคะ แต่จะเป็นการโหวตเพื่อลงเสียงออกความเห็นเกี่ยวกับปัญหาทั้งระดับชุมชน ประเทศ หรือ ระดับโลก (From the most local involving two people to the most global involving all of us) กล่าวได้ว่า แม้เทคโนโลยี Blockchain อาจดูไกลตัว แต่ผลกระทบของมันอาจมีผลใกล้ตัวมากกว่าที่เราคิดค่ะ เพราะขยายเสียง 1 เสียงที่เรามีต่อปัญหารอบตัวให้ดังขึ้นได้เกิดเป็น “ประชาธิปไตยที่ไม่ต้องเดินทางไกลออกไปโหวตแต่สะท้อนเสียงที่แท้จริงของคนโหวตได้มากขึ้น”

แม้จะมีคนวิจารณ์ระบบเลือกตั้งที่ใช้ Blockchain อยู่บ้าง ว่ายังพบรูรั่วที่ทำให้สามารถโกงได้อยู่ดี แต่ก็มีฝั่งที่เชื่อว่าอย่างน้อยให้ระบบจาก Blockchain ช่วยเก็บข้อมูลคะแนนโหวต ก็ยังน่าไว้ใจกว่าให้มนุษย์นับคะแนนทั้งหมด โลกยุคใหม่ควรตั้งคำถามและให้ความสำคัญกับเทคโนโลยีที่ใช้ในกระบวนการนับคะแนนมากขึ้นเพื่อให้เสียงของประชาชนทุกคนมีความหมายอย่างแท้จริงหรือเปล่า ?

ดั่งคำกล่าวของ Joseph Stalin ที่ว่า…  
“In an election, it’s not who votes that counts, it’s who counts the votes”

สนับสนุนความรู้เทคโนโลยีดีๆโดย สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (NIA)

  


 



แสดงความเห็น