12 จุดเด่นของ iOS 12

101

หลังจากที่ Apple ได้เปิดตัว iPhone รุ่นใหม่ไปเมื่อวันที่ 13 กันยายนที่ผ่านมา ตอนนี้ระบบปฏิบัติการ iOS 12 ก็พร้อมให้ผู้ใช้ iPhone ได้อัพเดทมาใช้งานกันแล้ว วันนี้เฟื่องก็เลยจะมาแนะนำ 12 จุดเด่นของ iOS 12 ให้กับทุกคนได้ลองไปเล่นกันดูค่ะ

1ประสิทธิภาพ

ระบบ iOS 12 ได้มีการปรับปรุงระบบให้มีการทำงานที่เร็วมากขึ้น และสามารถโต้ตอบเร็วขึ้นทั้งระบบ เช่น

  • สามารถปัดเพื่อเปิดแอปกล้องได้เร็วขึ้นสูงสุด 70%
  • เรียกคีย์บอร์ดได้เร็วขึ้นสูงสุด 50%
  • เปิดแอปในขณะที่อุปกรณ์ทำงานหนักได้เร็วขึ้นสูงสุด 2 เท่า

2FaceTime แบบกลุ่ม


สามารถ FaceTime กับคนอื่นๆ ได้พร้อมกันสูงสุดถึง 32 คน โดยช่องของคนที่กำลังพูดจะขยายใหญ่ขึ้นโดยอัตโนมัติ เพื่อให้ไม่เกิดความสับสนระหว่างสนทนา และตามทันในทุกบทสนทนา นอกจากนี้เรายังสามารถเริ่มโทร FaceTime แบบกลุ่ม จากกลุ่มสนทนาในแอปข้อความได้เลยทันที หรือจะเข้าร่วมสายที่มีการคุยกันอยู่แล้วเมื่อไหร่ก็ได้

3Memoji

Memoji ที่มาใน iPhoneX ได้พัฒนาให้สามารถสร้าง Memoji ให้ตรงกับบุคลิกเฉพาะตัว และอารมณ์ของเราได้ง่าย และละเอียดมากขึ้น เช่น ระดับสีผิว, รูปแบบกระ, ทรงผม, อายุใบหน้า, รูปแบบคาง, ดวงตาและขนตา, คิ้ว, จมูกและปาก, หูและต่างหู, หนวดและเครา, แว่นตา และหมวก เยอะมากกกกกกกก แถมยังสามารถสร้างตัวตนจำลองของเราเพื่อใช้ในแอปข้อความและ FaceTime ได้อีกด้วย

4Animoji


มีตัวละครเพิ่มเข้ามาใหม่ 4 ตัวด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็น “หมีโคอาล่า”, “เสือ”, “ผี” และ “ทีเร็กซ์” โดยได้เพิ่มประสิทธิภาพในการจับภาพใบหน้าให้ดียิ่งขึ้น ด้วยการเพิ่มความสามารถในการจับลิ้น หรือขยิบตาได้ ซึ่งจะช่วยให้เราสามารถถ่ายทอดอารมณ์ได้ดียิ่งกว่าเดิม แถมยังสามารถอัดคลิปเพิ่มขึ้นได้นานสูงสุดถึง 30 วินาทีต่อคลิปอีกด้วย

 

5เอฟเฟ็กต์กล้อง และเทคโนโลยี AR

เพิ่มความเป็นตัวเองลงในแอปข้อความ และ FaceTime ได้ทันทีจากกล้องที่อยู่ในแอป โดยเราสามารถสร้าง แล้วแชร์รูปภาพหรือวิดีโอพร้อมด้วยฟิลเตอร์เจ๋งๆ, เอฟเฟ็กต์ข้อความแบบเคลื่อนไหว, สติ๊กเกอร์สนุกๆ และอีกมากมายโดยที่ไม่ต้องเปลี่ยนหลายแอปให้วุ่นวาย

ส่วนในเรื่องของ ARKit 2 ที่จะเข้ามาช่วยให้นัก AR สามารถสร้างคอนเทนต์ที่สวยงามสมจริง และแอนิเมชั่นที่ปรับแต่งมาเพื่ออุปกรณ์พกพาได้ดีมากยิ่งขึ้น โดยสามารถตรวจจับวัตถุ, ติดตามภาพ และรวมไปถึงการเล่น AR ได้พร้อมๆ กันหลายคน และยังสามารถส่งต่อไปในแอปข้อความและเมล แล้วค่อยไปเปิดดูในโลกจริงได้อีกด้วย

นอกจากน้ียังมีแอป “Measure” เป็น AR ที่จะช่วยวัดขนาดของวัตถุต่างๆ ในโลกจริงได้ง่ายๆ เพียงแค่หันกล้องไปที่วัตถุที่ต้องการทราบขนาด แล้วทำการวัดได้เลยทันที

6รูปถ่าย

 

  • “แถบสำหรับคุณ” (For You) ได้ถูกเพิ่มเข้ามาในแอปรูปภาพ ซึ่งจะช่วยแสดงรูปถ่ายในช่วงเวลาดีๆ จากคลังรูปภาพของเรา และยังสามารถแนะนำให้แชร์รูปภาพกับคนที่อยู่ในรูปนั้นได้อีกด้วย แล้วถ้าอีกฝ่ายก็ใช้ iOS 12 ก็จะสามารถแชร์รูปภาพจากกิจกรรมนั้นกลับมาหาเราได้เช่นกัน
  • “รูปภาพแนะนำ” และ “คำแนะนำเอฟเฟ็กต์” ที่จะช่วยแสดงรูปภาพที่ดีที่สุดออกมา พร้อมกับจะช่วยแนะนำเอฟเฟ็กต์ที่จะทำให้รูปนั้นดูดียิ่งกว่าเดิมให้เราได้อีกด้วย
  • การค้นหารูป คำแนะนำการค้นหา จะช่วยให้ค้นเจอรูปที่ต้องการ โดยจะเห็นคำแนะนำตั้งแต่ก่อนเริ่มพิมพ์ด้วยซ้ำ ไม่ว่าจะเป็นกิจกรรมที่เพิ่งผ่านไป ผู้คน หรือสถานที่ต่างๆ และยิ่งพิมพ์ไปเรื่อยๆ ผลลัพธ์ก็จะยิ่งฉลาด และค้นหาได้ดีขึ้นโดยการเพิ่มคีย์เวิร์ดหลายๆ คำลงไปในช่องค้นหา

7Screen Time (เวลาหน้าจอ)

ตัวจัดการข้อมูลการใช้งานแอปอย่างละเอียด เพื่อตรวจสอบและควบคุมระยะเวลาการใช้งานอุปกรณ์ ทั้งการเล่น การแจ้งเตือน และการหยิบสมาร์ทโฟนขึ้นมาใช้งานอีกด้วย รวมถึงผู้ปกครองสามารถกำหนดระยะเวลาการเล่นอุปกรณ์ iOS ของเด็กๆ ได้ผ่านทาง Family Sharing เช่น สามารถกำหนดช่วงเวลาที่จะปิดกั้นการใช้งานแอป/เกมส์ หรือกำหนดได้ว่าจะอนุญาต หรือไม่อนุญาตให้ใช้แอปใดได้บ้าง หรือจะสร้างข้อยกเว้นสำหรับแอปที่อยากให้เด็กๆ ใช้งานได้แม้จะอยู่ในช่วง “เวลาไม่ใช้งาน” ก็ตาม รวมไปถึงการตั้งค่าการแจ้งเตือนต่างๆ เช่น เวลาเข้านอน หรือเวลาเล่นใกล้จะหมดแล้ว เป็นต้น

8การแจ้งเตือน

มีการปรับแจ้งเตือนรูปแบบใหม่ให้อยู่ในรูปแบบกลุ่มที่จะช่วยทำให้ดูเรื่องสำคัญได้ง่ายขึ้น และถูกขัดจังหวะระหว่างวันน้อยลง โดยข้อความในเรื่องเดียวกัน และการแจ้งเตือนในหัวข้อเดียวกันจะถูกจัดกลุ่มเข้าด้วยกัน

อีกทั้งยังสามารถตั้งค่าการแจ้งเตือนต่างๆ ได้จากหน้าจอล็อคทันทีแบบเรียลไทม์โดยที่ไม่ต้องตั้งค่า แล้วยังมี Siri ที่ให้คำแนะนำฉลาดๆ ว่าควรทำอย่างไรกับการแจ้งเตือนนั้นด้วย

9โหมดห้ามรบกวน

 

 

ตั้งโหมด​ห้ามรบกวนเฉพาะสำหรับการประชุม, เวลาที่อยู่สถานที่ใด สถานที่หนึ่ง หรือจะห้ามรบกวนในระหว่างเวลานอน ระบบก็จะซ่อนการแจ้งเตือนทั้งหมดไม่ให้แสดงบนหน้าจอล็อคในระหว่างที่นอนหลับ จนกว่าจะมีการปลดล็อค iPhone ในตอนเช้า หรือทันทีที่กิจกรรมนั้นสิ้นสุดลง หรือเมื่อออกจากสถานที่ที่กำหนดไว้ระบบก็จะปิดอัตโนมัติ

 

 

10ความเป็นส่วนตัว และความปลอดภัย

iOS 12 ได้รับการออกแบบให้มีการเข้ารหัสในตัว เป็นระบบอัจฉริยะในตัวอุปกรณ์ และเครื่องมืออื่นๆ ที่สามารถเลือกแชร์เฉพาะสิ่งที่ต้องการได้ ซึ่ง Safari จะป้องกันไม่ให้ ปุ่มแชร์และช่องคอมเมนต์ในเว็บเพจติดตามโดยไม่ได้รับอนุญาต และยังป้องกันไม่ให้ผู้โฆษณาเก็บข้อมูลเฉพาะตัวจากอุปกรณ์อีกด้วย

11Siri

 

 

  • สามารถจับคู่กิจวัตรประจำวันอย่างฉลาด เพื่อแนะนำคำสั่งลัดที่แสนสะดวกในเวลาที่ต้องการได้จากหน้าจอล็อค
  • สามารถเรียกใช้คำสั่งลัดต่างๆ ด้วยเสียง หรือจะสร้างคำสั่งลัดของตัวเอง ด้วยแอปคำสั่งลัดก็ได้
  • แปลข้อความเป็นภาษาต่างๆ ได้มากขึ้น โดยรองรับได้มากถึง 50 คู่ภาษา
  • มีเสียงพูดและการแสดงความรู้สึกที่เป็นธรรมชาติมากขึ้น

12การเช็คข้อมูลแบตเตอรี่

 

 

 

สามารถตรวจสอบแบตเตอรี่ได้มีความละเอียดมากยิ่งขึ้น มีการแจ้งรายละเอียดของปริมาณการใช้แบตเตอรี่กับสิ่งต่างๆภายในอุปกรณ์ได้อย่างชัดเจน เช่น ปริมาณการใช้งานเมื่อ 24 ชั่วโมง หรือ 6 วันที่ผ่านมาว่าเราใช้งานผ่านแอป/เกมส์ใดๆ ไปบ้าง

อีกทั้งยังสามารถตรวจสอบประสิทธิภาพของแบตเตอรี่ได้สะดวกสบายโดยไม่ต้องพึ่งแอปฯอื่นๆ ให้เสียเวลาเลยด้วย โดยสามารถเข้าไปตรวจสอบได้ใน “การตั้งค่า” แล้วเข้าไปที่ “แบตเตอรี่” ได้เลย

อุปกรณ์ที่รองรับ iOS 12

  • iPhone รองรับตั้งแต่ iPhone5s ขึ้นไป
  • iPad รองรับตั้งแต่ iPad mini 2 ขึ้นไป
  • iPod รองรับ iPod touch รุ่นที่ 6
โดยสรุป …

หลังจากเอา iPhone X ไปอัพเดท iOS 12 ก็ได้ผลลัพธ์ว่าเครื่องทำงานได้เร็วขึ้นตอบสนองดีขึ้น จะเปิดกล้อง หรือจะพิมพ์ข้อความก็ประมวลผลได้รวดเร็วทันใจ อีกทั้งยังมีแอปพลิเคชันใหม่ๆ อย่าง Measure ที่มีเทคโนโลยี AR เข้ามาช่วยทำให้การวัดขนาดสิ่งของต่างๆ สะดวก และง่ายขึ้นมากไม่ต้องพกไม้บรรทัดหรือตลับเมตรเลย นอกจากนี้การเคลียร์แอปพลิเคชั่นก็ง่ายขึ้นกว่าเดิมเยอะมาก ไม่ต้องกดค้างหลายขั้นตอนแล้ว แต่ในตอนนี้จะยังเจอเรื่องกินแบตมากกว่าปกติเล็กน้อยแต่รวม ๆ แล้วถือว่าให้ประสบการณ์การใช้งานที่ดีกว่า iOS 11 แน่นอนค่าาา

แสดงความเห็น