รีวิว Olympus Pen E-PL9 กล้องสำหรับมือใหม่

156

Olympus Pen E-PL9 เป็นหนึ่งในกล้อง Mirrorless ตัวหนึ่งที่เฟื่องชอบและอยากแนะนำมากค่ะ โดยเฉพาะคนที่เพิ่งฝึกเล่นกล้อง เพราะนอกจากวัสดุที่ใช้จะเป็นระดับพรีเมี่ยมแล้ว ยังมีดีไซน์ที่สวยงาม และอัดแน่นไปด้วยเทคโนโลยีที่ช่วยให้ใช้งานได้ง่ายขึ้น ทำให้เราสนุกกับการถ่ายรูปมากกว่าเดิม มือใหม่ทั้งหลายไม่ต้องกังวลเรื่องการตั้งค่าอีกต่อไปเลยค่ะ

Olympus Pen E-PL9

พัฒนามาจากตัว Olympus Pen E-PL8 ค่อนข้างมากค่ะ โดยรุ่นนี้ใช้ชิพประมวลผล True PicViii เป็นตัวเดียวกันกับ OM-D E-M1 Mark ll ทำให้ยกระดับทั้งการประมวลผลภาพ ระบบการทำงาน คุณภาพของภาพ ขึ้นมาเทียบกับกล้องระดับ Top ของค่ายเลยค่ะ

รูปลักษณ์ภายนอก

รูปลักษณ์ภายนอกบอกได้เลยว่าเห็นครั้งแรกแล้วต้องแอบอุทานในใจว่า “เฮ้ย สวยมากอะ” รูปทรง สวยงามพอเหมาะพอเจาะ บอดี้หุ้มหนังดูวินเทจมีสไตล์ ขนาดอยู่ที่ 117 x 68 x 39 มม. น้ำหนักแค่ 332 กรัมเท่านั้น จะสะพายหรือคล้องคอก็ไม่หนักจนเกินไปค่ะ แถมเพิ่ม Flash Pop-Up น่ารัก ๆ มาในตัว ส่วนสีมีให้เลือกสามสีคือ ขาว ดำและน้ำตาลค่ะ

เลนส์

เลนส์รุ่นนี้เป็นขนาด 14-42 MM F3.5-5.6EZ ถ่ายหน้าชัดหลังเบลอได้โอเค ไม่มีปัญหาค่ะ ทั้งยังมีขนาดเล็กพกพาไปไหนมาไหนสะดวกอีกด้วย แต่ถ้าใครอยากได้เป็นเลนส์อื่นก็สามารถเปลี่ยนได้ เช่นกันค่ะ

สเปค

  • Sensor รุ่นนี้เป็นขนาด Micro Four Third  
  • ความละเอียดอยู่ที่ 16 ล้านพิกเซล เท่ากับ E-PL8 ค่ะ  ระบบโฟกัสเป็น Contrast Detection เหมือนเดิมเช่นกัน แต่ที่เพิ่มเติมเข้ามาคือจุดโฟกัสที่เพิ่มเป็น 121 จุด จากเดิมที่มีแค่ 81 จุด 
  • ระบบกันสั่น 3 แกน เซ็นเซอร์ชดเชยได้ 3.5 สตอป ทำงานทั้งในโหมดภาพนิ่งและวิดีโอ
    ถือว่าโอเคเลยค่ะ ถ่ายวิดีโอในที่แสงน้อยได้สบาย ไม่สั่น และภาพก็ไม่มืดจนเกินไป
  • มีระบบ Supersonic Wave Filter (ระบบขจัดฝุ่นที่เซ็นเซอร์รับภาพ) ด้วยน้าา

ฟังก์ชัน

ฟีเจอร์เดิม ๆ จาก E-PL 8 ยังมีอยู่ครบทุกอย่างค่ะ แต่ที่เพิ่มเข้ามาคือ

  • Keystone Compensation  ทำให้เราถ่ายสิ่งก่อสร้างหรือวัตถุที่เอียงอยู่ได้ โดยไม่ต้องยกกล้องให้ขนานกับวัตถุ แต่สามารถหมุนปรับได้เองเลย แต่ถ้าปรับไม่ดีภาพอาจจะเสียสัดส่วนไปเลยนะคะ

 

  • Focus Bracketing คือ ทำให้เราได้โฟกัสหลายสเต็ปขึ้น เหมาะกับเวลาเราถ่ายภาพวัตถุใกล้ ๆ ซึ่งบางครั้งการเลือกจุดโฟกัสที่ดีที่สุดอาจจะเป็นเรื่องยาก แบบโฟกัสวัตถุเล็ก ๆ ไม่ได้ซะที การใช้โหมดนี้จะเป็นการช่วยให้เราเลือกระยะโฟกัสที่ดีที่สุดได้หลังจากกดถ่ายไปแล้ว

 

SCN Mode

ต่อมาเป็น SCN Mode เป็นอีกฟังก์ชันที่เฟื่องชอบมากค่ะ เพราะจะช่วยให้คนที่ถ่ายรูปไม่เป็นเลย สามารถถ่ายภาพสวยได้ค่ะ อย่างเช่นอยากถ่ายภาพอาหารหรือสิ่งของเล็ก ๆ ก็ให้เลือกไปที่ Close-Up ซึ่งจะมีรูปอาหารอยู่

ใช้โหมดถ่ายอาหารถ่ายค่ะ ภาพดึงสีสดของอาหารได้ดีทีเดียว

ถ่ายอาหารที่สีออกเหลือง ๆ ก็สวยไม่แพ้กันค่ะ

  • หรือถ้าอยากถ่ายภาพวิวก็ให้เลือกไปที่ Scenary กดเข้าไปก็จะมี รูปพระอาทิตย์ตกเป็นโหมด Landscape หรือถ้าอยากจะถ่ายอย่างอื่นก็ไปที่รูปสิ่งนั้นได้เลย ลองไปเล่นดูนะคะ รับรองว่าถึงจะเป็นมือใหม่ก็ถ่ายภาพเก่งได้ไม่ยากเลยค่ะ

  • Backlight HDR โหมดนี้จะช่วยให้เราถ่ายภาพในที่ที่มีความต่างแสงได้ดีมากขึ้น และยังสามารถเก็บรายละเอียดในส่วนที่มืดของภาพให้สว่างขึ้นใบแบบฉบับของการถ่าย HDR อีกด้วยค่ะ

  • ขณะที่ Art Filter ก็มีสีให้เราเลือกเล่นเยอะค่ะ โดย Bleach Bypass และ Instant ก็เป็น 2 Filter ที่เพิ่มใหม่มาให้เรา

พิเศษ

ความพิเศษของ Olympus Pen EP-L9 คือสามารถเชื่อมต่อและถ่ายโอนข้อมูลระยะไกลผ่าน O.I.Share โดยที่ไม่ต้องเปิดกล้องค่าา หมายความว่าเราสามารถเชื่อมต่อข้อมูลจากกล้องนี้ได้โดยไม่ต้องเปิดกล้อง มีข้อแม้เพียงแต่อุปกรณ์โทรศัพท์ของเราต้องอยู่ใกล้ ๆ กับกล้องเท่านั้นค่า

สรุป

โดยรวมแล้ว เฟื่องว่าเหมาะสำหรับผู้ที่ฝึกเล่นกล้องแต่ยังไม่ค่อยชำนาญเท่าไหร่ เพราะโหมดต่าง ๆ ค่อนข้างจะ Auto อยู่แล้ว สำหรับราคาอยู่ที่ 25,990 บาท เฟื่องถือว่าคุ้มค่ะ เพราะสเปคโดยรวมก็โอเค อีกทั้งดีไซน์ก็สวยและวัสดุที่ใช้ก็ถือว่าพรีเมี่ยมทีเดียวค่ะ ใครที่อยากได้กล้องตัวเล็ก ๆ สักตัวไว้เอาไปเที่ยวกับเพื่อน พกพาสะดวก ใช้งานง่าย เฟื่องแนะนำเลยค่า Olympus E-PL9 สำหรับใครที่ยัง งง หรือไม่เข้าใจประเด็นไหน ลองดูคลิปวิดีโอที่เฟื่องรีวิวไปได้ค่าา แต่ถ้าดูแล้วยังสงสัยอะไรอีก Inbox ถามมาได้เลยค่ะ

รูปภาพจาก Olympus Pen E-PL9

 

แสดงความเห็น